|
24 มีนาคม 2551 วันวัณโรคโลก |
|
|
|
|
เขียนโดย Administrator
|
|
อังคาร, 04 มีนาคม 2008 |
24 มีนาคม 2551 วัน..วัณโรคโลก..."รวมพลัง หยุดยั้ง วัณโรค" I am stopping TB... ทุกภาคส่วน รวมทั้งผู้ป่วยวัณโรคและญาติ ตระหนักในบทบาทและมีส่วนร่วมในการหยุดยั้งวัณโรค
วัณโรคเป็นปัญหาระดับสากล สถานการณ์วัณโรคปัจจุบันพบว่า ทั่วโลกมีผู้ป่วยประมาณ 16-20 ล้านคน ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่ง (8-10 ล้านคน) เป็นผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เชื้อ (Infectious cases) องค์การอนามัยโลกคาดประมาณจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ประมาณปีละ 8.4 ล้านคน โดยร้อยละ 95 อาศัยอยู่ในประเทศที่กำลังพัฒนา และมีผู้ป่วยเสียชีวิตประมาณปีละ 1.9 ล้านคน สำหรับประเทศไทย องค์การอนามัยโลกได้จัดอันดับให้เป็น 1 ใน 22 ประเทศที่มีจำนวนผู้ป่วยวัณโรคมากที่สุดในโลก โดยคาดว่าอัตราอุบัติการณ์ของผู้ป่วยวัณโรคเสมหะพบเชื้อ (Incidence of sputum smear-positive TB) อยู่ที่ประมาณ 63/100,000 ประชากร และอัตราอุบัติการของผู้ป่วยวัณโรคทุกประเภท (Incidence of all TB cases) ประมาณ 142/100,000 ประชากร เขตพื้นที่สาธารณสุขที่ 11 และ 14 ในปี 2550 มีจำนวนผู้ป่วยวัณโรคทุกประเภท 8,452 ราย เป็นผู้ป่วยวัณโรคเสมหะบวก 3,909 ราย คิดเป็น 55.8/100,000 ประชากร วันที่ 24 มีนาคม ของทุกปีเป็น วันวัณโรคโลก ซึ่งในปี 2551 องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญในการระดมทรัพยากรและผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งผู้ป่วยและญาติให้เกิดความรู้สึกและตระหนักในบทบาทและมีส่วนร่วมในการหยุดยั้งวัณโรคดังสโลแกน เนื่องในวันวัณโรคโลก (World TB day 2008) ที่ว่า “รวมพลัง หยุดยั้ง วัณโรค”(I am stopping TB) นั้นคือ=เริ่มที่ผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคและญาติก็มีส่วนร่วม ในการหยุดยั้งวัณโรคโดยให้ความร่วมมือในการกินยาตามแพทย์สั่งให้ครบ ถ้ามีปัญหาให้ปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขก่อนไม่ควรหยุดยาเอง=เจ้าหน้าที่สถานีอนามัยมีส่วนร่วมโดยการติดตามเยี่ยมบ้านให้กำลังใจผู้ป่วย เฝ้าระวังอาการแพ้ยาโดยเยี่ยมผู้ป่วยทุกสัปดาห์ใน 2 เดือนแรกที่ผู้ป่วยรับประทานยาระยะเข้มข้น และเยี่ยมเดือนละครั้งในช่วง 4 เดือนหลังที่ผู้ป่วยรับประทานยาต่อเนื่อง =คลินิควัณโรคโรงพยาบาล แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ชันสูตร มีส่วนร่วมโดยการตรวจคัดกรองผู้มีอาการสงสัยไอเรื้อรังมากกว่า 2 สัปดาห์ ตามมาตรฐานการวินิจฉัยวัณโรค ขึ้นทะเบียนผู้ป่วยโดยเร็ว ให้การรักษาโดยสูตรยาวัณโรคตามมาตรฐาน คัดกรองโรคติดเชื้ออื่นๆร่วมโดยเฉพาะการติดเชื้อ เอช ไอ วี และส่งต่อข้อมูลให้สำนักงานสาธารณสุขอำเภอหรือสถานีอนามัยโดยเร็ว เพื่อติดตามเยี่ยมผู้ป่วย =สาธารณสุขจังหวัดและสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 7 มีส่วนร่วมโดย นิเทศตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลและสถานีอนามัยสม่ำเสมอ นำข้อมูลที่ได้มาใช้ประโยชน์ และพัฒนาบุคลากรทุกระดับให้มีความแข้มแข็ง ถ้าทุกภาคส่วนได้รวมพลังกันและถือว่าเป็นพันธสัญญาร่วมกันในการควบคุมปัญหาวัณโรคในพื้นที่ให้ลดลง ปัญหาวัณโรคประเทศไทยคงลดลงได้
คนไทยส่วนใหญ่จะป่วยเป็นวัณโรคปอด เชื้อโรคจะอยู่ที่ปอด อาการหลักคือ ไอเรื้อรังมากกว่า 2 อาทิตย์ มีไข้ต่ำ ๆ ในช่วงบ่ายหรือเย็น เหงื่อออกตอนกลางคืน อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ผู้ที่มีอาการขอให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว หากพบว่าเป็นวัณโรคจะต้องรักษาให้หายขาด โดยกินยาติดต่อกันทุกวันเป็นเวลา 6 เดือน ห้ามขาดยาเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อพัฒนาตัวเองให้ดื้อยา จนรักษาด้วยยาตัวเดิมไม่ได้ ต้องเพิ่มยาให้หรือใช้ยาตัวใหม่ ใช้เวลารักษานานขึ้น และหากยังขาดยาเหมือนเดิมอีกจะดื้อยาทุกชนิด(XDR-TB ) รักษาไม่ได้ อัตราตายสูง
|
|
แก้ไขล่าสุดเมื่อ ( พฤหัสบดี, 13 มีนาคม 2008 )
|