วัณโรคเป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อ มัยโคแบคทีเรียม ทูเบอร์คูโลซิส (Mycobacterium tuberculosis) มีรูปร่างเป็นแท่ง มีขนาดเล็กมากมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ต้องย้อมสีด้วยวิธีพิเศษและดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ขยายจึงจะเห็นตัวเชื้อวัณโรค สามารถเป็นได้กับทุกอวัยวะของร่างกายเช่น ปอด ลำไส้ ไต กระดูก ผิวหนัง ต่อมนำเหลือง และเยื่อหุ้มสมอง แต่ที่พบบ่อยและเป็นปัญหามากในปัจจุบันคือ วัณโรคปอด เชื้อวัณโรคติดต่อโดยการแพร่กระจายจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งทางระบบหายใจ โดยผู้ป่วยที่มีเชื้อในเสมหะ พูด คุย ไอ จาม โดยไม่ปิดปากเชื้อวัณโรคจะลอยไปกับละอองที่มีขนาดใหญ่จะตกลงสู่พื้นดิน ส่วนละอองเล็กจะลอ่งลอยไปกับอากาศ ผู้ที่สูดหายใจเอาเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกาย ทำให้มีโอกาสติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรคได้ แต่ผู้รับเชื้อแล้ว ไม่จำเป็นต้องป่วยเป็นวัณโรคทุกคน เพราะร่างกายมีกลไกหลายอย่างที่จะต่อสู้และป้องกันเชื้อวัณโรค มีเพียงร้อยละ 10 ของผู้ติดเชื้อวัณโรคเท่านั้นที่ป่วยเป็นวัณโรค เชื้อวัณโรค จากเสมหะที่ปลิวในอากาศโดยไม่ถูกแสงแดด จะมีชีวิตอยู่ได้นาน 8-10 วัน แสงอาทิตย์จะทำลายได้ในน้ำเดือด 2 นาที การทำลายเชื้อจากเสมหะที่ดีที่สุดจึงควรใช้ความร้อน เช่น การเผาทิ้ง ผู้ป่วยวัณโรคมีอาการหลายชนิด แต่อาการที่สำคัญคือ ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ ไอแห้งๆ หรือไอมีเสมหะหรือเสมหะมีเลือดปน เจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบ มีไข้ต่ำๆ ตอนบ่ายหรือค่ำ เบื่ออาหาร น้ำหนักลด อ่อนเพลีย รู้ได้อย่างไรว่าเป็นวัณโรคปอด..การตรวจเสมหะด้วยกล้องจุลทรรศน์ เป็นวิธีที่สามารถบอกได้แน่นอนว่าผู้ป่วยเป็นวัณดรคปอด เพราะสามารถมองเห็นเชื้อวัณโรคปอดในเสมหะได้ การตรวจเสมหะหาเชื้อวัณโรค ควรตรวจ 3 ครั้ง การเอกซเรย์ปอดอย่างเดียว ไม่สามารถบอกได้แน่นอนว่าป่วยเป็นวัณโรคปอด ต้องได้รับการตรวจเสมหะร่วมด้วย และการเพาะเชื้อวัณโรคควรทำในรายที่สงสัยเป็นวัณโรค แต่ตรวจเสมหะไม่พบเชื้อ เมื่อไรควรไปตรวจหาเชื้อวัณโรค ควรตรวจหาเชื้อวัณโรคเมื่อมีอาการต่อไปนี้ 1.)ไอติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ 2.)มีไข้ต่ำตอนบ่ายหรือค่ำ 3)เบื่ออาหาร น้ำหนักลด 4)อ่อนเพลี่ย เหงือออกตอนกลางคืน 5)เมื่อมีญาติหรือผู้ใกล้ชิดป่วยเป็นวัณโรค ปัจจัยสำคัญต่อการป่วยเป็นวัณโรค