คำขวัญ วันวัณโรคโลก ปี 2549 ภาษาไทย คือ "ทุกชีวิตใส่ใจ เพื่อโลกสดใส ปลอดภัยวัณโรค"

World TB Day 2006  24th of March
Actions for life:
towards a world free of tuberculosis

http://www.stoptb.org/events/world_tb_day/2006/

 

ท่านทราบหรือไม่ว่า?

-วัณโรคติดต่อกันได้  โดยการไอที่มีละอองฝอยเชื้อวัณโรค รดหน้ากัน

-อาการที่สงสัยป่วยเป็นวัณโรคคือ ไอเรื้อรัง  มากกว่าสองสัปดาห์  เหนื่อยหอบ เจ็บหน้าอก หายใจลำบาก หรือ ไอออกเลือด

-ระบบการตรวจวินิจฉัยและรักษาวัณโรค ทุกโรงพยาบาลในพื้นที่เขต 7 ดีที่สุดในประเทศไทย

-แต่... วัณโรค กำลังเป็นปัญหา โดยเฉพาะผู้ป่วยวัณโรคที่ติดเชื้อไวรัสเอดส์ร่วมด้วย

-หากท่านมีอาการสงสัยวัณโรคดังกล่าว  เชิญรับบริการตรวจรักษา ที่สถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านท่านทุกแห่ง 

ทุกชีวิตใส่ใจ เพื่อโลกสดใส ปลอดภัยวัณโรค 

เนื่องในวันวัณโรคโลก 24 มีนาคม2549  สปอตวิทยุคลิกที่นี่ >>

 

การป้องกันควบคุมวัณโรคที่สัมฤทธิผลได้ จากการร่วมมือร่วมใจ

วัชรชัย  ครองใจ,นายเสถียร  เชื้อลี

กลุ่มโรคเอดส์ วัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และโรคเริ้อน

 

เนื่องจากวัณโรค (Tuberculosis )   เป็นโรคติดต่อที่สามารถเป็นได้กับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย  เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำจึงแบ่งประเภทของวัณโรคเป็น 2 กลุ่มใหญ่คือ วัณโรคในปอด ( Pulmonary  Tuberculosis: P ) และวัณโรคนอกปอด( Extrapulmonary  Tuberculosis: EP )  ในกรณีที่ผู้ป่วยมีทั้ง Pulmonary  และ Extrapulmonary  Tuberculosis  ให้จัดกลุ่มเป็น Pulmonary  Tuberculosis ที่พบมากและเป็นปัญหาสำคัญด้านสาธารณสุขคือวัณโรคในปอด  เพราะเชื้อวัณโรคปอดสามารถแพร่กระจายจากผู้ป่วย  ขณะไอ จาม หรือแม้กระทั่งการพูดคุย  โดยเชื้อโรคจะออกทางละอองฝอยน้ำลายหรือเสมหะ  กระจายไปในอากาศ  ซึ่งในสภาวะที่เหมะสมเชื้อวัณโรคดังกล่าวสามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน 8-10 วัน เมื่อมีผู้หายใจเอาเชื้อโรคเข้าไป  ถ้าเป็นผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง  ร่างกายจะสามารถควบคุมเชื้อวัณโรคไว้ได้  โดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย  แต่ถ้าเป็นผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอ เช่น  ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง  ผู้ป่วยเอดส์  มีโอกาสป่วยได้สูงถึง ร้อยละ 60  คนทั่วไปเมื่อได้รับเชื้อวัณโรคเข้าไปก็อาจป่วยเป็นวัณโรคปอดได้   ร้อยละ 10 ในตลอดช่วงชีวิต  และเกิดโรคได้มากที่สุด2 ปีแรกหลังการได้รับเชื้อ  และเกิดโรคได้ร้อยละ 5  ในระยะ 5 ปีหลัง  และกรณีผู้ป่วยวัณโรคปอดเสมหะพบเชื้อ  มีโอกาส แพร่เชื้อให้บุคคลรอบข้างได้ถึง10-15 คนต่อปี (1) ส่วนวัณโรคนอกปอดเนื่องจากไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้  จึงไม่เป็นปัญหาสำคัญมากนัก

ผู้ที่มีอาการสงสัยน่าเป็นวัณโรค (2) หมายถึง  ผู้ป่วยที่มีอาการไอเกิน 3 สัปดาห์ มีเสมหะร่วมด้วย  ซึ่งเสมหะส่วนใหญ่จะมีสีเหลือง  ขาวขุ่น  เขียว  บางครั้งมีเลือดปนนอกจากนี้ผู้ป่วยเหล่านี้อาจมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น

                                1)น้ำหนักลด

                                2)อ่อนเพลีย

                                3)ไข้โดยเฉพาะตอนเย็น

                                4)เหงื่อออกตอนกลางคืน

                                5)เจ็บหน้าอก

                                6)หายใจหอบ

                                7)เบื่ออาหาร

                                8)ไอเป็นเลือดหรือเสมหะมีเลือดปน

การตรวจวินิจฉัยวัณโรคปอด ใช้ 2 วิธีคือ

1.การตรวจเสมหะการตรวจหาเชื้อวัณโรคด้วยกล้องจุลทรรศน์ Direct microscopy หรือ  Direct smear ในผู้ที่มีอาการสงสัยวัณโรค และ/หรือมีภาพเอกซเรย์ปอดผิดปกติ ซึ่งนองจากเพื่อการวินิจฉัยโรคแล้ว ก็เพื่อตรวจหาผู้ป่วยที่อยู่ในระยะแพร่เชื้อวัณโรคด้วย  เป็นวิธีการหลักของงานควบคุมวัณโรค  สถานบริการสาธารณสุขทุกระดับ สามารถใช้ข่ายงานของบริการตรวจเสมหะด้วยกล้องจุลทรรศน์  เพื่อให้มีบริการครอบคลุมโดยทั่วถึง การเพาะเลี้ยงเชื้อ (Culture) ีขอบขีดจำกัด เนื่องจากต้องใช้ห้องชันสูตรทางวัณโรคพิเศษ  ซึ่งมีในระดับสำนักงานป้องกันควบคุมโรคเขต และโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไปบางแห่งหรือในส่วนกลางเท่านั้น

                                โอกาสในการพบเชื้อวัณโรคในเสมหะขึ้นกับ

                1) ปริมาณเสมหะมาก จากการรวบรวมในช่วงเวลานาน

                2) ความเข้มข้น หรือ ปริมาณเชื้อที่มีในเสมหะ

                3) จำนวนครั้งที่ตรวจ

การตรวจอย่างน้อย 3 ครั้ง

                ครั้งที่ 1 ให้ผู้ป่วยขากเสมหะทันที บ้วนใส่ภาชนะแล้วส่งตรวจ (Spot sputum)

                ครั้งที่ 2 ในเช้าวันที่จะไปโรงพยาบาล ให้ผู้ป่วยขากเสมหะเมื่อตื่นนอนตอนเช้า บ้วนใส่ภาชนะ แล้วนำมาส่งตรวจ (collection sputum)

                ครั้งที่ 3 ขากเสมหะใส่ภาชนะเพื่อตรวจ (spot sputum)ที่โรงพยาบาลเมื่อนำเสมหะครั้งที่ 2 มาส่ง

                2. การเอกซเรย์  จะพบแผลวัณโรคที่เนื้อปอด

วัณโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดทนกรดชื่อ  Mycobacterium  tuberculosis  ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า  โดยการตรวจเสมหะผู้ป่วยที่มีอาการสงสัยวัณโรคปอดทำได้ด้วยการนำเสมหะย้อมสีด้วยวิธี Ziehl-Neelsen ดูเชื้อทนกรด (Acid fast bacilli : AFB)  รายงานผลด้วยกล้องจุลทรรศน์  เป็นการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัยผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่เชื้อซึ่งเป็นวิธีการตรวจที่เชื่อถือได้   เนื่องจากมีความจำเพาะสูงกว่าการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพรังสีทรวงอก   นอกจากนั้นยังเป็นวิธีที่ปฏิบัติง่าย อ่านผลง่ายและสะดวก ไม่สิ้นเปลือง  ให้ผลเร็วในการตรวจ  แพทย์สามารถประเมินผลการดำเนินโรควัณโรคของผู้ป่วยระหว่างการรักษา และตัดสินผลการรักษาของผู้ป่วยวัณโรคด้วย

การรักษาวัณโรค โรควัณโรคสามารถรักษาหายได้  ใช้เวลาเพียง 6-8 เดือนโดยการรักษาแบบพี่เลี้ยงเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุข  อาสาสมัครสาธารณสุข  บุคคลในครอบครัว  และชุมชนช่วยกันดูแล  กำกับการกลืนกินยาแบบต่อหน้าพี่เลี้ยงของผู้ป่วย พร้อมทั้งคอยแนะนำหากมีอาการแพ้ยา  และคอยให้กำลังใจผู้ป่วยกินยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ  จนครบกำหนดที่แพทย์สั่งโดยห้ามหยุดกินยาเอง  เนื่องจากจะทำให้เชื้อวัณโรคดื้อยา  และจะส่งผลกระทบต่อระบบการควบคุมวัณโรคหากมีการการดื้อยาต่อยาหลายขนาน  (Multi drug resistant  tuberculosis: MDR-TB)  การกินยาที่ครบถ้วนถูกต้อง  จะตัดวงจรการแพร่กระจายเชื้อวัณโรคให้คนอื่น ขณะรักษาวัณโรคผู้ป่วยควรงดเหล้าบุหรี่และยาเสพติดทุกชนิดเพราะสิ่งเหล่านี้จะทำลายสุขภาพให้ทรุดโทรม  ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม  บ้วนเสมหะลงในภาชนะแล้วเทลงส้วมหรือฝังดินหรือเผา (3)  กินอาหารได้ทุกชนิด ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และควรพักผ่อนอย่างเพียงพอ

การควบคุมวัณโรค ด้วยกลวิธี DOTS ซึ่งประกอบด้วย  5 องค์ประกอบคือ

1.นโยบาย พันธสัญญาของผู้บริหาร

2.วินิจฉัยด้วยการตรวจเสมหะด้วยกล้องจุลทรรศน์

3.ยาที่มีประสิทธิภาพ

4.รักษาแบบมีพี่เลี้ยงกำกับการกินยา

5.มีระบบ ประเมิน กำกับ ตรวจสอบ

กระบวนการควบคุมวัณโรคดังกล่าวทุกองค์ประกอบ มีความสำคัญ  และต้องดำเนินการอย่างจริงจังและเข้มข้นอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งเป็นบทบาทของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกระดับต้องตระหนักและเข้าใจ  ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ในขณะนี้ (4)  ที่พบว่าการติดเชื้อเอดส์  ทำให้มีโอกาสป่วยเป็นวัณโรคได้เร็วและรุนแรงกว่าผู้ไม่ติดเชื้อเอดส์  และพบอีกว่าผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ป่วยเป็นวัณโรคจะเสียชีวิตเร็วกว่าผู้ติดเชื้อเอดส์ที่ไม่ป่วยเป็นวัณโรค 

ผลจากการที่ผู้รับผิดชอบทุกระดับได้ตระหนักและประสานการดำเนินงานอย่างเต็มที่ในพื้นที่เขต 7  ทำให้อัตราการหายขาดจากวัณโรคบรรลุเป้าหมายตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดที่ร้อยละ 85 นอกจากนั้นการที่บุคคลในครอบครัว และชุมชนเข้าใจและเห็นใจผู้ป่วยวัณโรคช่วยกันดูแล  ส่งผลให้ผู้ป่วยวัณโรคทุกคนรักษาหาย เป็นเกราะป้องกันควบคุมวัณโรคเป็นอย่างดี

เนื่องในวันวัณโรคโลก 24 มีนาคม2549 ที่ตรงตามคำขวัญที่ว่า ทุกชีวิตใส่ใจ เพื่อโลกสดใส ปลอดภัยวัณโรค 

 

เอกสารอ้างอิง:

1.จุลสาร สคร.ที่6จ.ขอนแก่น.  กรมควบคุมโรค. คุยกับ บก.วัณโรคปอดชนิดเสมหะพบเชื้อ เป็นโรคติดต่อที่ต้องแจ้งความ. ปีที่4 ฉบับที่5 ประจำเดือน พฤษภาคม  2548

2. TOBERCULOSIS DIVISION.   MANAGEMENT  OF  TOBERCULOSIS.  พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทยจำกัด,  2541.

3.พญ.ศรีประพา  เนตรนิยม.  DOTS  CARE FOR CURE CURE FOR CONTROL. พิมพ์ครั้งที่2. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ,2548

4.เอกสารแผ่นพับ ลำนักโรคเอดส์ วัณโรค โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ . ทุกชีวิตใส่ใจ เพื่อโลกสดใส ปลอดภัยวัณโรค.